Unssen Holidays   by   Thai Southern Excursion co., ltd          อันซีน ฮอลิเดย์               www.thaisouthern.com                easy Travel Service                  ATTO Membership

| Home | Tours | Conditions | About us | Contact us |

 

 

ทัวร์นครวัด เที่ยวส่วนตัว

ทัวร์นครวัด นครธม โลเลย นาคพัน  3 วัน 2 คืน PG

เสียมเรียบ - นครวัด - นครธม - บันทายศรี - แปรรูป ตาพรม

                 2 คนก็ไปได้  เที่ยวสบาย เที่ยวส่วนตาม ไม่มีความกดดัน

สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ PG (รางวัลสายการบินระดับภูมิภาคยอดเยี่ยมของเอเชียปี 2551)

วันแรกของการเดินทาง                      โลเลย - พระโค - บากอง  - นครวัด - โตนเลสาป

06.00 .

พร้อมกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์  F สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ PG (รางวัลสายการบินระดับภูมิภาคยอดเยี่ยมของเอเชียปี 2551)

08.00 น.

บินตรงสู่ เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เที่ยวบินที่ PG 930 จัดบริการอาหารเครื่องดื่ม

Ta Prohm09.00 น.

 

ถึงสนามบิน เสียมเรียบ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เจ้าหน้าที่นำท่านเดินทางไปชม ปราสาทอิฐโลเลย   ปราสาทที่อยู่ของกลุ่มเทวสถานหริทราลัย คำว่า โลเลยมาจากคำว่า ราลัย อันเป็นชื่อท้ายของเมืองนั่นเอง ปราสาทนี้ถูกสร้างอยู่ใกล้บาราย ( สระน้ำ ) ปัจจุบันตื้นเขินแล้ว เป็นศิลปะพระโครุ่นหลังๆ  ที่กลังจะวิวัฒนาการมาเป็นศิลปะแบบพระนคร  สร้างโดยพระเจ้าโศวรมันที่ 1 เมื่อ พ.ศ 1432 –1443 ประกอบด้วยปราสาทขนาดย่อม 4 หลัง ก่อด้วยอิฐฝนหน้าเรียบ สอด้วยยางไม้ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ด้านข้างประตูปราสาท  มีเทพารักษ์แกะสลักด้วยหินทรายประดิษฐานอยู่ในซุ้มแก้ว  ต่างกันกับปราสาทพระโค และปราสาทบากอง เพราะเทพารักษ์ที่ปราสาททั้งสองเป็นการแกะสลักนูนต่ำลงบนเนื้ออิฐ  แต่ที่ปราสาทโลเลย จะมีการแกะสลักบนหินทรายแล้วจึงนำไปประดิษฐานลงบนผนังอิฐของตัวปราสาทอีกที   จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทพระโค เดิมชื่อปราสาทปรเมศวร  ตั้งอยู่ในกลุ่มโบราณสถานทีเมืองหริหราลัย  อยู่ห่างจากเมืองเสียมเรียบไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร  ปราสาทพระโคสร้างโดยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 เป็นเทวสถานในลัทธิไศวนิกาย คือนับถือพระอิศวรเป็นพระเจ้าสูงสุดปราสาทกลุ่มนี้เป็นปราสาท 6 หลัง สร้างด้วยอิฐฝนหน้าเรียบ สอด้วยยางไม้อยู่บนฐานเดียวกับปราสาทองค์กลาง (ด้านหน้า) สร้างเพื่อถวายพระเจ้าชัยวรมันที่ 2  ผู้เป็นพระอัยการ ( ปู่ ) ปราสาทองค์กลาง ส่วน ( ด้านหลัง ) จะเป็นปราสาทที่สร้างถวายพระมเหสีของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 มีพระนามว่า ธรนินทรเทวี ส่วนปราสาท องค์ซ้าย ( ด้านหน้า ) สร้างเพื่อถวายพระราชบิดาของพระองค์ คือ ปิทวีณทรวรมัน ส่วนปราสาทองค์ซ้ายมือ ( ด้านหลัง ) ทรงสร้างถวายพระราชมารดา ซึ่งไม่ปรากฏพระนาม ส่วนปราสาททางขวามืออีกสองหลัง สันนิฐานว่า สร้างถวายพระญาติ จากนั้นชม ปราสาทบากอง ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของปราสาทพระโค เป็นของลัทธิ ฮินดู ( ศวนิกาย )ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอินทรวรมันที่1 ประสาทบากองถูกสร้างขึ้นหลังปราสาทพระโค 2-3 ปี ซึ่งทางซ้ายมือของโคปุระ เป็นทางเข้ามีสะพานนาค 7 เศียร ทอดตัวเสมอพื้นดินไม่มีศิราภรณ์ประดับ จากนั้นนำท่านเดินข้ามสะพานหัวนาคเข้าไป อีก 400 เมตร จะเป็นตัวปราสาทบากอง ซึ่งจะมีน้ำอญุ่ล้อมรอบ จะเป็นปราสาทเรียงไล่สูงขึ้นไปถึง 5 ชั้น มีขั้นบันใดขึ้นได้ทั้ง 4 ทิศ

เที่ยง

จัดบริการอาหารกลางวัน(1) ณ ภัตตาคาร  หลังอาหารนำท่านเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของนครวัด ( ANGKOR WAT ) ก่อสร้างครั้งแรกในศตวรรษที่ 12 (.. 1650 – 1658) ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 สร้างขึ้นเพื่อถวายพระวิษณุโลก โดยมีจุดประ สงค์เพื่อใช้เป็นเทวาลัยและสุสานเก็บพระศพของทุกพระองค์ ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานที่สุดเกือบ 37 ปี ชมภาพแกะสลักของกองทัพสยามหรือเสียมกุก ภาพสลักกวนเกษียรสมุทร ภาพจำหลักของนางอัปสรา รอบปราสาทที่มีมากกว่า1,635 นาง ซึ่งล้วนงดงามกว่านางอัปสราทุกปราสาท 

16.00 น.

 

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ จังหวัดเสียมเรียบ ออกเดินทางสู่โตนเลสาป  (TONLE SAP )  ชมทะเลสาป น้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งปลาชุกชุมที่ ทำรายได้เลี้ยงคนทั้งประเทศ นำท่านนั่งเรือชมวิถีชีวิตของชาวบ้านแห่งนี้ ชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ อยู่ยังทะเลสาบแห่งนี้ จากนัน เชิญท่านได้อิสระ  กับการซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึก

เย็น

จัดบริการอาหารค่ำ(2) ณ ภัตตาคาร

ค่ำ

เข้าพักที่  REVEARA ANGOR HOTEL หรือระดับเดียวกัน

  

 

วันที่สองของการเดินทาง      บันทายสรี - แปรรูป - ตาพรม - นครธม - ปราสาทเขาพนมบาเค็ง

เช้า

จัดบริการอาหารเช้า(3) ณ ภัตตาคาร แล้วนำท่านเดินทางเที่ยวชมปราสาทบันทายสรี (BANTEAY SREY) หรือชื่อเดิมว่าอิศวรปุระที่ปรากฎอยู่ในศิลาจารึก สร้างขึ้นประมาณ พ.. 1510 โดยคุรุยัชญวราหะ เสนาบดีในรัชสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมัน ปราสาทแห่งนี้มีทับหลังที่สมบูรณ์ที่สุด แม้จะเป็นปราสาทเก่าแก่ก่อนยุคนครวัดก็ตาม สร้างขึ้นด้วยหินทรายสีชมพูเนื้อละเอียด สลักลวดลวยสวยงาม ปราสาทเก่าแก่ก่อนยุคนครวัดก็ตาม จึงได้รับการยกย่องจากชาวฝรั่งเศสว่า รัตนชาติศิลปะ แห่งขอม  จากนั้นชมปราสาทแปรรูป ( PRE RUP ) สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระราชมารดา ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่มาก ชมลายปูนปั้นของปราสาทที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และชมทับหลังที่ยังแกะ สลักไม่เสร็จ และที่แห่งนี้ยังเป็นที่เผาพระบรมศพของพระเจ้าราเชนทรวรมัน เชิงตะกอนแห่งนี้มีลักษณะเหมือนเตียงสมัยใหม่ ซึ่งที่เผาพระศพนี้มีเครื่องปิดข้างบน เจาะอุโมงค์ลงไปด้านล่างเพื่อให้ควันไฟขึ้น ทำปล่องอยู่ข้างใต้ ซึ่งเชื่อมจากด้านล่างของเชิงตะกอน ต่อท่อขึ้นไปยังปราสาทอีกสองข้างทั้งด้านเหนือและด้านใต้ ให้ผ่านไม้จันทน์หอม เพื่อป้องกันไม่          ให้มีกลิ่นเหม็นในการเผาพระศพ  ต่อจากนั้นเดินทางชมปราสาทตาพรหม ( TA PROHM ) ก่อสร้างใน ค.. 1186 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระราชมารดา สร้างตามแบบเขมรในยุคสุดท้าย ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างซับซ้อนประดุจเขาวงกต ชมความยิ่งใหญ่ของพลังธรรมชาติเหนือพลังของมนุษย์ ต้นสะปงขนาดยักษ์กับรากไม้ตลอดการเยี่ยมชม

เที่ยง

จัดบริการอาหารกลางวัน(4) ณ ภัตตาคาร   หลังอาหารเดินทางสู่เมืองนครธม ( ANGKOR THOM ) หรือเมืองยโศธรปุระ เป็นเมืองหลวงของขอมตั้งแต่ พ.. 1450 – .. 1800 ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างในรัชสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ก่อนที่พบหลักฐานที่แท้จริงว่าสร้างในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เมืองแห่งนี้เป็นเมืองใหญ่ มีปราสาทหินมากมาย นักท่องเที่ยวจึงเรียกรวม ๆ กันว่าปราสาทหินนครธม ซึ่งความจริงแล้วปราสาทแห่งนี้มีชื่อเรียกเฉพาะกัน ก่อนเดินทางเข้าสู่เมืองนครธม ให้ท่านได้ชมคูเมือง กำแพงเมือง โคปุระหรือประตูทางเข้าซึ่งมีรูปหินแกะสลักรูปเทวดาและอสูร ฝั่งละ 58 องค์(ตน) รวม 2 ข้างเป็น 108 องค์(ตน) ซึ่งเขมรถือว่าเป็นเลขมงคล  นำท่านเที่ยวชมปราสาทบายน ( BAYON ) สร้างขึ้นในปี ค.. 1200 รัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยการนำหินมาวางซ้อน ๆ กัน แล้วขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง แข็งแรงเป็นพันปี ปราสาทแห่งนี้มีแต่ใบหน้าของคน แต่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นพระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เพราะมีรอยยิ้มน้อยๆ ทั้ง 216 หน้า จากทั้งหมด 54 ปรางค์ รอยยิ้มนี้เรียกว่ารอยยิ้มแบบบายน คือ มีความเมตตาต่อมนุษย์ มีความหมายของพรหมวิหารสี่ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ชมปราสาทบาปวน ปราสาทพิมานอากาศ บัลลังก์ช้าง ลานพระเจ้าขี้เรื้อน

บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ฝั่งตรงข้าม ปราสาทนครวัด ขึ้นสู่ ปราสาทเขาพนมบาเค็ง ( PHNOM BAKENG ) ซึ่ง ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ในสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ 1เป็นปราสาทบนเนินเขาที่สร้างด้วยหินทราย เดิมที่นี่เป็นศูนย์กลางเมือง บนเขาพนมบาแค็ง นี้เป็นเทวสถานจากพื้นราบ บนยอดเขาเป็น      ปราสาทขึ้นไป 15 ชั้น ชั้นบนสุด มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลางฐานหิน  ทรายทั้ง 5 ชั้น และยังมีปราสาทย่อย ๆ อีก ณ ปราสาทแห่งนี้ยังเป็นจุด ชมพระอาทิตย์ ตกที่สวยงามมาก สมควรแก่เวลาพาท่านเดินทางกลับสู่ โรงแรมที่พัก

เย็น

จัดบริการอาหารค่ำ(5) ณ ภัตตาคาร

ค่ำ

เข้าพักที่  REVEARA ANGOR HOTEL หรือระดับเดียวกัน

   

  

วันที่สามของการเดินทาง    ปราสาทพระขรรค์-ชมนาคพัน-ปราสาทตาสม-ตลาดปะซาจ๊ะ - กรุงเทพฯ

 

เช้า

จัดบริการอาหารเช้า(6) ณ ภัตตาคาร  นำชมปราสาทพระขรรค์ สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นับว่าเป็นมหาราชที่ยิ่งใหญ่ นอกจากจะทรงสร้างปราสาทต่างๆ ขึ้นมากมายเพื่อใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางพุทธศาสนาแล้วพระองค์ยังทรงให้ความสำคัญกับด้านสาธารณสุขด้วย ด้วยการสร้างอโรคยศาลาถึง 102 แห่ง ในบรรดาปราสาทต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ต้องยกให้ปราสาทพระขรรค์เป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรัชสมัยของพระองค์มีราชครูกว่าหนึ่งพันคนปราสาทแห่งนี้จึงใช้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งพระพุทธศาสนาก็ว่าได้ เช่นเดียวกับปราสาทตาพรหมก็เป็นปราสาทที่สร้างให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนาเช่นกันบริเวณที่สร้างปราสาทพระขรรค์ ถูกขนาดนามว่าเป็นทะเลแห่งเลือดเพราะในบริเวณนี้เคยเป็นสมรภูมิรบระหว่างพวกขอมที่อยู่ในเมืองพระนครและพวกจามศึกสงคราครั้งนั้นทำให้ขอมชนะจาม จึงเรียกปราสาทแห่งนี้ว่าปราสาทชัยศรี เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของพระองค์ ซึ่งมีปรากฏอยู่ในจารึกในปราสาทพระขรรค์ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นปราสาทพระขรรค์อันหมายถึงพระแสงดาบที่ทำให้พระเจ้าชัยวรมันที่7ชนะอริราชศัตรู พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างปราสาทพระขรรค์นี้เพื่ออุทิศให้แก่พระราชบิดา โดยสร้างหลังจากที่พระองค์ทรงสร้างปราสาท ตาพรหมเพื่ออุทิศให้แก่พระราชมารดาแล้ว5ปีเสานางเรียง ทางเข้าปราสาททั้งด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของปราสาทพระขรรค์สองฟากฝั่งมีเสานางเรียงเป็นแถวยาวระยะทางประมาณ300เมตร  ชมนาคพัน ปราสาทที่ก่อสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ต้องยกให้ปราสาทนาคพันที่มีการก่อสร้างที่แปลกตามากที่สุด ตัวปราสาทตั้งอยู่กลางสระน้ำ เปรียบเสมือนเกาะอยู่กลางทะเล หรือเปรียบกับภูเขาหิมาลัยที่อยู่กลางมหาสมุทรน้ำจากสระแห่งนี้ถือเป็นน้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือเปรียบประหนึ่งน้ำจากสระอโนดาต ซึ่งเป็นศูนย์รวมจากแม่น้ำทั้ง 5 ในอินเดีย ได้แก่ แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมนา แม่น้ำเนรัญชลา แม่น้ำสินธุ และแม่น้ำพรหมบุตร ผู้ใดที่อาบหรือดื่มกินน้ำจากสระนี้โดยผ่านจากปากของราชสีห์ ช้าง ม้า และมนุษย์ที่อยู่ในศาลาทั้งสี่ทิศ เชื่อว่าจะสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้หากเราสังเกตจะพบว่าปราสาทแม่บุญตะวันออก และปราสาทพระขรรค์ก็ถูกออกแบบเปรียบประหนึ่งถูกสร้างอยู่ใจกลางเกาะซึ่งมีน้ำล้อมรอบแต่ปัจจุบันบารายนั้นได้ตื้นเขินหมดแล้ว จึงมองภาพไม่ออกว่าปราสาทนี้ตั้งอยู่กลางน้ำอีกต่อไปนาคพันรอบฐานปราสาท กลางสระน้ำเป็นที่ตั้งของฐานปราสาทที่มีลักษณะกลมเป็นชั้นๆ ที่ฐานหรือชั้นล่างสุดของฐานปราสาทนี้ เป็นนาคเจ็ดเศียรสองตัวที่หางเกี่ยวพันกันทางทิศตะวันตก ลำตัวโอบล้อมฐานหันหน้ามาทางทิศตะวันอออกนาคสองตัวนี้เชื่อกันว่าเป็นพญานาคที่ชื่อว่านันทะ และอุปานันทะภาพ สลักที่ปรางค์ประธาน ตรงกลางของสระมีบันไดขึ้นไป 7 ชั้น สู่ปรางค์ประธานซึ่งอยู่ตรงกลาง ทางเข้าอยู่ทิศตะวันออก ส่วนอีก3แห่งรอบปราสาทเป็นประตูหลอก ที่มุมของปรางค์ประธานมีรูปพญาครุฑ ด้านหลังของปรางค์ประธานมีภาพสลักคติธรรมทางพุทธศาสนา ปราสาทตาสม ปราสาทตาสมเป็นปราสาทขนาดเล็กหากเปรียบเทียบกับปราสาทตาพรหมหรือปราสาทบันทายกเดย และอยู่ในช่วงการบูรณะซ่อมแซม นักท่องเที่ยวไม่นิยมไปเที่ยวชมปราสาทแห่งนี้แบ่งออกเป็น3ส่วนได้แก่โคปุระด้านนอกและกำแพงล้อมรอบโคปุระด้านในและปรางค์ประธานพร้อมกับระเบียงคตทั้งสี่ด้าน มีบรรณาลัยอยู่ในระเบียงคต กำแพงด้านนอกมีความกว้าง 200 เมตร ยาว 240 เมตร เส้นทางเข้าสู่ทิศตะวันออกเข้าสู่โคปุระด้านในจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ระเบียงคตรอบปรางค์ประธานมีความยาว30เมตร กว้าง20เมตร บรรณาลัยอยู่ทางทิศเหนือและใต้ด้านละหลัง เนื่องจากถนนจะตัดผ่านด้านหลังปราสาททางด้านทิศตะวันตกนักท่องเที่ยวจึงนิยมเข้าสู่ปราสาททางทิศตะวันตกนางอัปสร-เสากรอบประตู รูปแบบของปราสาทตาสมอาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคต้นๆ ของศิลปะแบบบายน โดยสังเกตได้จากลักษณะของนางอัปสร และลักษณะของเสากรอบประตูที่เป็นแปดเหลี่ยมและมีลายสลักลักษณะเป็นดอกไม้และใบไม้อยู่โดบรอบคล้ายคลึงกับปราสาทบายนมากพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ลักษณะเด่นของปราสาทตาสมอีกอย่างก็คือพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งอยู่บนยอดของปรางค์ประธาน และโคปุระที่กำแพงด้านนอก มีพระพักตร์ทั้งสี่ทิศ รูปแบบลักษณะเช่นนี้เหมือนกับปราสาทบายน

เที่ยง

จัดบริการอาหารกลางวัน(7) ณ ภัตตาคาร  หลังอาหารเดินชมตลาดปะซาจ๊ะ ( PSA JA MARKET ) ตามอิสระ เลือกซื้อสินค้า ของฝากประเภทอาหารที่น่าสนใจ เช่นปลาเนื้ออ่อนตากแห้ง เป็นสินค้าส่งออก ของประเทศกัมพูชา (สินค้าส่วนใหญ่กว่า 90 % นำเข้าจากประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน)

เย็น

จัดบริการอาหารค่ำ(8) ภัตตาคาร  หลังอาหารออกเดินทางสู่ สนามบิน กรุงเสียมเรียบ

19.35 น.

เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ PG 908  จัดบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน

20.45 น.

ถึงกรุงเทพโดย สวัสดิ์ภาพ พร้อมความประทับใจ

   

*************************************************************

รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดโดยยืดถือตามสภาพการณ์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

 

ดูราคาและวันเดินทาง

 

08-1551-6236 วสุ

e-mail :